รอยร้าวเกิดขึ้นได้อย่างไร ?

วันนี้ผมขอเล่าในงานที่ลูกค้าเป็นกังวลไม่แพ้เรื่องอื่นๆ เลยครับ นั่นก็คือพวกรอยร้าวต่างๆที่เกิดขึ้นภายในและนอกบ้าน รอยร้าวพวกนี้อาจเกิดหลังจากเราอาศัยเข้ามาอยู่่แล้วก็เป็นได้ ทั้งๆที่วันที่เราตรวจรับบ้านมันก็ไม่มีนั่นอาจเป็นเพราะการฉาบที่ไม่ดีหรือข้างบ้านมีการเจาะเข็มต่อเติมบ้านก็เป็นไปได้ ดังนั้นผมจะขอเข้าทฤษฎีสักเล็กน้อยน่ะครับ งานโครงสร้างถือเป็นโครงกระดูกของตัวบ้าน ซึ่งการตรวจสอบควรกระทำระหว่างที่งานก่อสร้างกำลังดำเนินไปจึงจะเหมาะสมที่สุด การตรวจงานโครงสร้างเมื่อบ้านเสร็จแล้วจึงเป็นเหมือนการตรวจสอบที่ปลายเหตุแล้วเท่านั้น แต่อย่างไรก็ดี การที่โครงสร้างมีปัญหา ปัญหาก็จะฟ้องออกมาทางงานที่เสร็จเรียบร้อยแล้วในรูปของรอยร้าวตามผนัง หรือระดับของโครงสร้างที่ไม่เท่ากัน เป็นต้น ซึ่งในกรณีของรอยร้าวที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้หมายความว่าปัญหามาจากงานโครงสร้างที่ไม่ดี สำหรับรอยร้าวที่เกิดขึ้น ผมขอแยกเป็น 3 กรณีดังนี้ครับ

1.รอยร้าวที่เกิดจากโครงสร้างหลัก ได้แก่ รอยร้าวกลางคาน, เสาที่เป็นโครงสร้างหลักของบ้าน สามารถพิจารณาตามตำแหน่งที่เป็นไปได้ของการวิบัติทางวิศวกรรม และรอยร้าวประเภทนี้มักจะที่มีขนาดใหญ่เห็นได้ชัดเจน (รอยร้าวในส่วนนี้ต้องใช้วิศวกรเป็นผุ้ตรวจสอบเท่านั้น)

2. รอยร้าวที่เกิดจากโครงสร้างรอง ได้แก่ เสาเอ็น ทับหลัง ซึ่งรอยร้าวประเภทนี้มักจะเกิดตามมุมวงกบประตู-หน้าต่าง เป็นแนวเฉียง ซึ่งอาจเกิดจากไม่มีการทำเสาเอ็นหรือทับหลังรอบช่องเปิดที่เป็นช่องประตูหรือหน้าต่าง

3. รอยร้าวที่เกิดที่ผิวฉาบปูน รอยร้าวชนิดนี้จะมักพบเห็นบ่อยๆ กว่ารอยร้าวที่ได้กล่าวทั้ง 2 ชนิด ด้วยเพราะเหตุจากธรรมชาติของการปูนฉาบแม้จะฉาบได้ดีเพียงใด ซึ่งทางช่างจะเรียกกันว่าแตกลายงา แต่ถ้าเป็นรอยแตกลายมากๆ มักจะเกิดจากการตีน้ำเพื่อปั่นผิวผนังฉาบไม่เพียงพอ หรือเรียกอีกอย่างว่าการสลัดน้ำใส่ผิวปูนฉาบ แล้วใช้เกรียงไม้ปั่นผิวนั่นเอง ซึ่งต้องทำขณะที่ผิวฉาบเริ่มแข็งตัว  การแตกลักษณะนี้ไม่เป็นอันตรายต่อโครงสร้างบ้าน หากรอยแตกเล็กน้อย สามารถกลบรอยแตกได้ตอนทาสี หากแตกมากต้องสกัดผิวปูนตรงช่วงรอยแตกออกมาแล้วฉาบใหม่ แต่ข้อเสียก็คือผิวใหม่กับผิวเก่าอาจเห็นต่างเป็นคนละเนื้อ